Drip Coffee Technique ตอนที่ 3 : สายหวาน ยิ่งนานยิ่งดี


Drip Coffee Technique 

ตอนที่ 3 : สายหวาน ยิ่งนานยิ่งดี 

🚀 แบบสั้น รีบอ่าน จะรีบไปหวาน 

- เลือกกาแฟ Natural Process ที่มี Taste note ไปในทิศทางที่หวาน 
- ใช้เทคนิคการเทน้ำให้แรงขึ้น, เอาช้อนลงไปคนๆ ซ้าย-ขวา อย่างละ 3-5รอบ หรือจะแกว่งวน Dripper ก็แล้วแต่ เพื่อต้องการให้สกัดน้ำตาลในเมล็ดได้มากขึ้น
 
"แต่ระวังการสกัดที่ Over Extraction

ถ้า Over เดี๋ยวว่ากันอีกที . . 

Enjoy ☕️
………………..


🦥 แบบยาว หวานด้วยความเข้าใจ 

กาแฟหวานเนี่ยมันต้องดูตั้งแต่ต้นทาง 
- เรื่องสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์ Bourbon จะหวานกว่า สายพันธุ์ Caturra เป็นต้น (ถ้าอยากลงลึก ลองไปหาอ่านข้อมูลดูนะครับ มีให้ศึกษาอีกเยอะแยะเลย)
- กระบวนการ Process ถ้าเป็น Natural/Dry Process จะหวานกว่า Wash/Wet Process
- มาถึงคนคั่ว (Roaster) ที่จะพัฒนาปฏิกิริยาโปรตีนกับน้ำตาลในขั้นตอนการเมลลาร์ด (Maillard Reaction) ในวิชาพวกอาหารกับเบเกอรี่ก็เรียนเรื่องนี้นะ
- และก็มาถึงเราที่จะสกัดน้ำตาลออกมาจากกาแฟได้กี่มากน้อย เฮ้ออออ เหนื่อย 😅

เอาล่ะ หลังจากสืบรู้ต้นสายปลายเหตุแห่งความหวานในเมล็ดกาแฟแล้ว ก็จะมาแชร์เทคนิคการสกัดน้ำตาลในกาแฟกันนะครับ

ปรกติผมจะใช้กาแฟกี่กรัมก็ได้ แต่จะใช้ Ratio 1:15 

อุณหภูมิน้ำร้อน 93 องศาเซลเซียส

เทน้ำ 4 ครั้ง ครั้งแรกคือ Blooming ปรกติ

เทครั้งที่ 2 - 3 จะเพิ่มการเอาช้อนลงไปคนๆวนๆทางซ้ายและขวา ประมาณ 3-5รอบ 

และเทครั้งที่ 4 จะไม่คนแล้ว 
*ครั้งที่ 2,3 เทน้ำเพิ่มเมื่อเห็นน้ำเหลือฉ่ำๆบริเวณผิวกาแฟ และยกลงหลังจากเทครั้งที่ 4 "โดยไม่รอน้ำแห้ง"

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ 
1. เราจะสกัดน้ำตาลในกาแฟเพิ่มก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าเมล็ดกาแฟในมือเราหวานได้มากกว่านี้ อาจจะเกิดจากการที่เคยทำได้ หรือเช็คจากการ Cupping มาแล้ว 
2. การเพิ่มการสกัดน้ำตาล มันจะไปเพิ่มการสกัดสารไม่พึงประสงค์อื่นๆออกมาด้วย จงคนๆวนๆอย่างมีสติ และอย่าวู่วาม!!! 

ใครมีคำถามหรือมีเทคนิคดีๆอยากแบ่งปัน แชร์ไว้ในคอมเมนท์ได้เลยนะครับ 

ขอให้ดื่มกาแฟให้อร่อยครับ 😊

.

กลับหน้า HOME






Comments